Everything-2U
Everything - 2U
ยินดีต้อนรับ
หน้าแรก

» ปลาปิรันย่า

ปลาปิรันยา

          ปลาปิรันยา (Piranha) เป็นชื่อสามัญเรียกปลาน้ำจืดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอยู่ในวงศ์ย่อย Serrasalmidae ในวงศ์ปลาคาราซิน
โดยทั่วไป ปลาที่ได้ชื่อว่า "ปิรันยา" นั้นจะหมายถึงปลาในสกุล Pristobrycon, Pygocentrus, Pygopristis และ
Serrasalmus แต่ก็อาจรวมถึงปลาในสกุล Catoprion ด้วย ส่วนปลาในสกุลอื่นมักไม่นิยมเรียกว่าปลาปิรันยา ถึงแม้จะอยู่ใน
วงศ์ย่อยนี้ก็ตาม
          ปลาปิรันยากินเนื้อเป็นอาหาร มักอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ พบในแม่น้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้ มีฟันที่แหลมคมกิน
เนื้อของสัตว์ที่ตกลงไปอยู่ใกล้ที่อยู่ของมันเป็นอาหาร แต่ถ้าไม่มีสัตว์อะไรเลยตกลงไปในที่อยู่ของมันมันก็จะกินปลาในแม่น้ำ
เป็นอาหาร เป็นปลาที่อันตรายชนิดหนึ่ง ที่ทั่วโลกรู้จักดี ชนิดที่ดุร้ายมาก ได้แก่ ปลาปิรันยาแดง ฯลฯ บางประเทศ เช่น ประเทศ
ไทยห้ามนำเข้า "หมายถึงห้ามนำเข้าตัวที่ยังมีชีวิต" เพราะเกรงจะแพร่ลงสู่แหล่งน้ำและขยายพันธุ์ แต่บางประเทศ เช่น ประเทศ
ญี่ปุ่นอนุญาตให้เลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้ ส่วนประเทศไทย ถ้านำเข้ามาในรูปอาหารแช่แข็ง เช่น ปลาปิรันยาแช่แข็ง เพื่อนำมา
บริโภคอย่างเช่น ร้านอาหารภัตตาคารหรูในประเทศไทย ถ้าสามารถนำเข้ามาได้ไม่ผิดกฎหมาย

          แต่ในพื้นถิ่นแล้ว คนพื้นเมืองนิยมกินปลาปิรันยาเป็นอาหาร และปลาปิรันยาเองก็มักตกเป็นอาหารของสัตว์ที่มีขนาด
ใหญ่กว่า เช่น ปลาอะราไพม่า , นากยักษ์ , โลมาแม่น้ำอเมซอน และนกกินปลาอีกหลายชนิด
          ปลาชนิดอื่นซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาปิรันยา แต่ไม่มีความดุร้ายเท่าและสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ คือ ปลาเปคู
หรือ ปลาคู้ ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นปลาเศรษฐกิจและปลาสวยงามด้วย เช่น ปลาคู้ดำ และ ปลาคู้แดง เป็นต้น
การแพร่กระจายพันธุ์
          ปลาปิรันย่า นั้นพบในลุ่มแม่น้ำอเมซอน: ใน โอริโนโค , ในแม่น้ำของกีอาน่า , ในปารากวัย-ปารานา, และในระบบแม่น้ำ
เซาฟรังซีสกู  มีบางชนิดที่มีการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แต่ในทางตรงข้ามก็มีบางชนิดที่มีการแพร่ะกระจายอยู่ในวงจำกัด.
อย่างไรก็ตาม ปิรันย่า ได้เคยถูกนำเข้าไปยังสหรัฐอเมริกา, มีบางครั้งบางคราวที่ถูกพบใน แม่น้ำโปโตแม็ค แต่ก็ไม่สามารถมี
ชีวิตอยู่ได้ในสภาพหนาวจัดของบริเวณนั้น. จนเมื่อไม่นานมานี้ ปิรันย่า ได้ถูกจับได้โดยชาวประมงใน แม่น้ำคาทาวบา ใน
North Carolina นี่เป็นกรณีแรกใน North Carolina. ปลาปิรันย่าได้ถูกพบอีกครั้งที่ทะเลสาปแคปไต ในตะวันออกเฉียงใต้
ของบังคลาเทศ

 

ลักษณะของปลาปิรันย่า
          ลักษณะทั่วไปของปลาปิรันยา มีลำตัวแบนข้าง ส่วนท้องกว้าง บางชนิดมีจุดสีน้ำตาลและสีดำ บางชนิดข้างลำตัว
ส่วนล่างสีขาว, สีเหลืองและสีชมพู แล้วแต่ละชนิดแตกต่างออกไป
ปลาปิรันย่า โดยปกติมีขนาดตั้งแต่ 15-25 ซม. (6-10 นิ้ว) ในบางชนิดพบว่ามีขนาดถึง 41 ซม. (24 นิ้ว) เลยทีเดียว
ปลา ปิรันย่าในสกุล Serrasalmus, Pristobrycon, Pygocentrus, และ Pygopristis สามารถจำแนกได้ง่ายมาก โดยดูจาก
ลักษณะเฉพาะของฟัน. ปลาปิรันย่าทั้งหมด มีฟันที่มีความคมเรียงกันเป็นแถวเดียวบนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง; ฟันเหล่านั้นจะเรียง
ตัวกันแน่นเป็นระเบียบและเชื่อมต่อกัน เพื่อใช้ในการกัดและฉีกอย่างรวดเร็ว. ฟันที่มีลักษณะเฉพาะของมันจะมีรูปแบบเป็นทรง
สามเหลี่ยม คล้ายใบมีด.ฝีปากล่างยื่นออกมายาวมากกว่าริมฝีปากบน แต่เมื่อหุบปากจะปิดสนิทระหว่างกันพอดี ปลาปิรันย่า
ส่วนใหญ่จะมีฟันเขี้ยวแบบสามเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ ยกเว้นในสกุล Pygopristis จะมีฟันเขี้ยวแบบห้าเหลี่ยม และ ฟัน
premaxillary มีอยู่ด้วยกัน 2 แถว ซึ่งจะพบได้ในปลาส่วนใหญ่ใน วงศ์ย่อย Serrasalminae

นิเวศน์วิทยา
          ปลาปิรันย่า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเป็นอย่างมากของ สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ. อย่างไรก็ตามในอาณาเขตที่มี
ขนาดใหญ่ไปจนถึง พื้นที่ลุ่มที่มีการระบายน้ำได้ดี, ปลาปิรันย่ามีการแพร่กระจายและเป็นวงกว้าง และ แหล่งที่อาศัยมีความ
หลากหลายอยู่ได้ทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็น แหล่งน้ำไหล  และ แหล่งน้ำนิ่ง . ปลาปิรันย่า บางชนิดมีจำนวนมากในบางพื้นที่ และ
ในหลายๆชนิด อาศัยอยู่รวมกัน. ซึ่งเป็นได้ทั้งผู้ล่า และผู้กินซาก

          ปลาปิรันย่า เป็นปลาดุร้ายและน่ากลัวมาก มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เป็นร้อยหรือเป็นพันๆตัว เมื่อกินอาหาร จะใช้วิธีล่าเหยื่ออย่างหิวกระหาย โดยการพุ่งเข้าโจมตี อย่างรวดเร็ว แล้วรุมกัดแทะ แม้ว่าเหยื่อมี "ขนาดใหญ่เท่าช้าง" ฝูงปิรันยาก็ไม่เคยละเว้น แต่จะช่วยกัน รุมกัดกินจนเหลือ แต่กระดูก มันจึงถูกขนานนามว่า "เพชฌฆาตแห่งลุ่มน้ำจืด"
          อาหารที่ปลาปิรันย่าชอบคือเนื้อสด หากินรวมกันเป็นฝูง พุ่งเข้าโจมตีเหยื่ออย่างรุนแรง ฟันสามารถฉีกกัดเนื้อของเหยื่อ ให้เป็นแผลเหวอะหวะ ด้วยความรวดเร็ว
          เนื่องจากปลาชนิดนี้แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วมาก ในพื้นที่เขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยดังนั้นจึงเป็นอันตรายอย่างมาก หากสามารถหลุดรอดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติได้...!!
          ทั้งนี้ผู้ครอบครองปลาปิรันยาจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 53 ที่กำหนดให้ปลาปิรันยา เป็นสัตว์ต้องห้ามนำเข้า ห้ามครอบครอง ห้ามนำไปปล่อยใน แหล่งน้ำ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1.2 แสนบาท
          อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปลาปิรันยา ถือเป็นปลาที่อันตราย ซึ่งหากมี การปล่อยลงตามแหล่งน้ำธรรมชาติอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง จึงอยาก ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบมีการครอบครองปลาปิรันยา ให้รีบ แจ้งกรมประมงให้รับทราบทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมได้อย่างทันท่วงที


อ้างอิง : wikipedia, http://group4-51.blogspot.com/2008/10/blog-post_630.html 
http://animal-of-the-world.blogspot.com/2009/11/piranha.html และอื่นๆ

โดย: Admin - (0) Comments - [23/01/2013 16:22:34]


ความคิดเห็น :
หน้า: 1



กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อนแสดงความคิดเห็น